Automobile, Car, My Life, Technology

หมูแดง All-New Mazda CX-5 2.0SP (2018)

หมูแดง All-New Mazda CX-5 ถือเป็นการเขียน Blog เรื่องแรกของปีนี้เลยครับ ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อนกับการรีวิวเจ้าโอโม่  Nissan Teana 2012  https://awiruth.com/2012/02/11/newteana  สำหรับปีนี้ 2018 บ้านปลูกรักขอต้อนรับสมาชิกใหม่นั่นคือ “เจ้าหมูแดง”  เข้าสู่ครอบครัวเรา (All New Mazda CX5 2.0 SP, 2018 – ตัวท๊อปเบนซิน) ส่วนตัวชอบแบรนด์นี้มานาน ชอบในดีไซน์การออกแบบตัวรถที่มีส่วนโค้งรับกันรอบคัน ทั้งโคมไฟหน้าตลอดจนไฟท้ายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในแบบฉบับของมาสด้า ดูไปดูมาจะไปเหมือนพวกหุ่นยนต์ในหนังทรานส์ฟอร์มเมอร์ซะงั้น


ก่อนตัดสินใจหยุดที่ CX5 ก็คิดอยู่พักใหญ่ถ้าเปลี่ยนรถจะเอาอะไรดี เพราะใช้แต่รถเก๋งมาตลอด อยากจะได้ SUV แท้ๆ ใช้สักคัน เริ่มมองและเปรียบเทียบทุกแบรนด์เลยทีเดียวที่ชอบสุดเห็นจะเป็น BMW X1 ส่วนตัวก็จะยึดติดกับความเท่ห์และชื่อเสียงของ BMW ใครๆ มักพูดเสมอขับ BM กันเลย  ถัดไปก็มอง Honda CRV ไว้เหมือนกัน ที่บ้านถือว่าเป็นครอบครัวฮอนด้าเลยก็ว่าได้ CRV ถือเป็น SUV เอนกประสงค์ออฟชั่นและประโยชน์ใช้สอยค่อนข้างครบทีเดียว ถัดมาก็คงไม่พ้น Toyata Fortuner และ Mitsubishi Pajero แต่ก็มองเอาไว้มาเปรียบเทียบออฟชั่นเท่านั้นเพราะคิดว่าไม่ใช่รถ SUV แต่รถ 2 แบรนด์ดูลุยๆ ถึงไหนถึงกันดีจัง อีกรุ่นที่ชอบคือ Captiva แต่ทำไม Chevrolet ถึงไม่ทำรถรุ่นนี้ต่อก็ไม่รู้เสียดายเหมือนกัน


แต่เมื่อ Mazda เปิดตัว All New CX5 2018 ช่วงเดือนพฤศจิกาปีที่แล้ว มันโดนใจเต็มๆ ยิ่งเป็นสีแดงของรุ่นนี้แล้วอะไรมันจะใช่ขนาดนั้น และแล้วช่วงเดือนมีนาที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาส Test Drive ทั้งตัวเบนซิลและดีเซล ต้องบอกว่าอย่างมันส์เลยยิ่งตัวดีเซลนี่สุดๆ จริงๆ กดไปทีไรถึงใจมาก แต่ที่ตัดสินใจออกตัวเบนซิลก็เพราะตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของครอบครัวที่สุด


หลังจากที่ใช้งานเจ้าหมูแดงร่วม 3 เดือน (ออกรถ 18 เม.ย. 61) กว่า 7,000 กิโลมั่นใจทุกครั้งที่นั่งหลังพวงมาลัย มาพูดถึงภายในของรถกันก่อน CX5 2018 ผมมองว่าสวยขึ้นกว่ารุ่นก่อน วัสดุก็ดูเกรดพรีเมี่ยมขึ้นเช่นกัน การออกแบบภายในออกสปอร์ตโฉบเฉี่ยว.. ไม่ได้เลิศหรูมากนัก ดูเท่ห์และแฝงด้วยเทคโนโลยี SKYACTIV ที่มาสด้าชูไว้เป็นสโลแกนเสมอ คำว่า “SKYACTIV” ในความคิดของผมมีอะไรบ้าง…มาดูกัน


เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าทั้งคู่ ใช้หนังที่ให้ผิวสัมผัสที่ดี มีการเดินตะเข็บด้ายคู่ทั่วคันทั้งบริเวณแดชบอร์ดยาวไปจนถึงแผงประตู เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง (เอน/เลื่อนหน้าถอยหลัง/ปรับยกกดลง/ปรับเบาะรองนั่งเทหน้าหลัง) พร้อมปรับดันหลัง และมีระบบบันทึกความจำตำแหน่งเบาะมาให้ 2 ตำแหน่ง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านจะเป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง (เอน/เลื่อนหน้าถอยหลัง/ปรับยกกดลงทั้งตัว) ส่วนตัวเบาะออกแบบให้นั่งสบายกระชับนุ่มกำลังดี ฟองน้ำในเบาะไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป พนักพิงหลังใหญ่ รองรับแผ่นหลังได้เต็มตัว พนักพิงศีรษะรับกับช่วงหลังหัวได้ลงตัว เรียกว่านั่งสบายขับสนุกลุยกันมันส์ แต่ถ้าจะเน้นเรื่องความรู้สึกผ่อนคลายนั่งแล้วหลับเลยไม่ใช่ CX5 คันนี้แน่.. ส่วนตัวผมใช้เจ้าโอโม่อยู่ (Nissan Teana) ผมว่าเบาะมันนุ่มสบายสมเป็น Luxury Car  ทีเดียว ส่วนเจ้าหมูแดงออกแนว Sport เน้นความสนุกบวกมุมมองและการตอบสนองที่ดี


ส่วนเบาะด้านหลังดูแล้วก็ทั่วไปส่วนตัวไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนคือมันปรับเอนได้นิดนึง (นิดเดียวจริงๆ นะ 555 ) จุดเด่นอีกอย่าง คือ มีช่อง USB ให้ชาร์ทโทรศัพท์ได้เหมาะกับโลกโซเชียลเลยทีเดียว


พวงมาลัยทรงสปอร์ตแบบ 3 ก้านหุ้มหนัง จับถนัดเหมาะมือใช้ได้… มาพร้อมกับการสั่งงานฟังก์ชั่นต่างๆ บนพวงมาลัย ก้านพวงมาลัยด้านซ้ายควบคุมชุดเครื่องเสียง โทรศัพท์ และมีปุ่ม Info ที่ใช้เพื่อเปลี่ยนข้อมูลบนชุดจอ MID (Multi Information Display) เรียกง่ายๆ ว่าหน้าปัดความเร็ว ส่วนก้านด้านขวาเป็นชุดคุมระบบ Cruise Control ซึ่งสามารถใช้ปรับระยะห่างจากรถคันหน้าในโหมดการทำงานของ MRCC – Mazda Radar Cruise Control ระบบนี้ผมชอบมาก โดยรวมแล้วพวกมาลัยของ CX5 ถือว่าใช้งานง่าย น้ำหนักเบา การตอบสนองฉับไวค่อนข้างแน่นอนส่งผลให้ขับด้วยความมั่นใจ


หน้าปัดแสดงผลการขับขี่ชุดมาตรวัดต่างๆ หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 4.6 นิ้ว สามารถแสดงผลด้วยความละเอียดสูง เริ่มจากมาตรวัดรอบจะวางไว้ซ้ายสุด มาตรวัดความเร็วไว้ตรงกลาง ส่วน Trip Meter อยู่ที่จอ MID ด้านขวาซึ่งที่จอนี้สามารถกดปุ่ม Info บนก้านพวงมาลัยเพียงปุ่มเดียว กดไปเรื่อยๆ จอก็จะเปลี่ยนการแสดงผลไปเรื่อยๆ เกจ์วัดอุณหภูมิภายนอก, ระยะทางรวมตั้งแต่วันออกรถ, เข็มน้ำมัน และระยะทางที่เหลือวิ่งได้ด้วยน้ำมันในถัง จะคงอยู่แบบนั้นเสมอ แต่จอท่อนบนจะเปลี่ยนได้ เช่น Trip A+อัตราการบริโภคเฉลี่ย, Trip B+อัตราการบริโภคเฉลี่ย, จอ Maintenance Monitor, จอแสดงการทำงานของระบบ i-ACTIVESENSE และจอแสดงข้อความเตือนต่างๆ ฟังก์ชั่นโดดเด่นที่มาสด้าให้เพิ่มเข้ามา คือ จอ Active Driving Display ซึ่งฉายข้อมูลความเร็ว และข้อมูลระบบนำทางขึ้นบนหน้ากระจกในระดับห่างจากแนวสายตาไม่มาก ช่วยให้สามารถขับแบบใช้ความเร็วได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน รวมถึงระบบ Radar Cruise Control มันยอดมากเลยทีเดียว


Monitor ตรงกลางขนาด 7 นิ้ว แบบทัชสกรีน ออกแบบและจัดวางตามเทรนด์ของภายใน Mazda ยุคใหม่ ดูไปแล้วรถใหม่เกือบทุกแบรนด์ก็เปลี่ยนจากจอฝั่งในคอนโซลก็จะยกออกมาวางไว้ข้างบนทำให้ตัวคอนโซลดูกว้างขึ้น โดยรวมออกหรูแบบสปอร์ตมีมิติการมองเห็นที่ดีขึ้นทีเดียว ถัดลงมาก็จะเป็นช่องแอร์และแผงควบคุมระบบแอร์ทั้งหมด ชุดควบคุมระบบปรับอากาศปรับอุณหภูมิอิสระแยกซ้าย/ขวา ตรงกลางเป็นหน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอล


BOSE Surround Sound
ส่วนตัวชอบลำโพงแบรนด์นี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  ตำแหน่งการวางลำโพงฝั่งไว้ที่เสา A-pillar ลงตัวทีเดียว ซึ่งรุ่น 2.0 SP ให้ลำโพงมาถึง 10 ตัวสำหรับเสียงที่ออกมาผมว่าโอเคนะ ฟังเรื่อยๆ ชิวๆ เนอะ มีเสียงเบสลอยขึ้นมาจากซับเบสที่ติดตั้งมาพร้อมเลย


คันเกียร์และฐานเกียร์ อยู่ในตำแหน่งสูงพอเหมาะ ส่งผลให้คนขับใช้งานได้สะดวก ฐานเกียร์ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงา Piano Black เสี่ยงต่อการเกิดรอยขนแมวสูง แต่ก็แลกมาด้วยความสวยงาม (ผมติดฟิล์มกันรอยเรียบร้อย) ตัดขอบด้วยวัสดุอะลูมิเนียมสีเงิน และ เดินตะเข็บด้ายคู่ (Double Stitching)  ในฐานเกียร์ก็จะมีชุดควบคุม Center Commander อยู่ด้วยเช่นเดียวกับ CX5 รุ่นก่อน และมีเบรกมือไฟฟ้าอยู่ด้วย


Auto Hold
อันนี้ถูกใจมาก หลักการทำงานของระบบ Auto Brake Hold คือ กดปุ่มให้ระบบทำงาน เมื่อจอดรถนิ่งสนิทที่ตำแหน่งเกียร์ D เกิน 3 วินาทีขึ้นไป สามารถยกเท้าออกจากแป้นเบรกได้ โดยที่รถยังไม่เคลื่อนที่ เมื่อต้องการไปข้างหน้า ก็เพียงแค่เหยียบคันเร่งออกตัวตามปกติ ซึ่งฟังก์ชั่นนี้มันเหมาะมากสำหรับคนกรุงอย่างเราๆ กรุงเทพรถมันติดเหลือเกิน (ทริคของผมสำหรับ Auto Hold อยู่ที่ตอนเหยียบเบรค คือ การกดย้ำเบรคของผมจะกดเป็น 2 จังหวะ กดลงไปจังหวะแรกจะเป็น Auto Hold ส่วนถ้ากดย้ำหนักลึกไปอีกจะเป็น iStop ซึ่งหลายท่านอาจจะไม่ชอบเจ้า iStop สักเท่าไหร่ จริงๆ อยู่ที่วิธีการใช้งานของแต่ละคนเนอะ

ฟังก์ชั่นอื่นก็จะอยู่บริเวณใต้ช่องแอร์ด้านขวาเป็นชุดสวิตช์เปิดปิดการทำงานของระบบ iStop (Idle Stop), Traction Control และเซ็นเซอร์ถอยจอด รวมถึงสวิตช์ปิดการทำงานของระบบเตือนรถเบี่ยงออกนอกเลน (ซึ่งระบบเตือนรถเบี่ยงนี้ ผมปิดเอาไว้ตลอดเลยจ้าาา) แต่คิดว่าถ้าขับรถไกลๆ น่าจะมีประโยชน์มากเลยทีเดียว


สำหรับระบบ Sky Active ในนิยามของผมเองก็จะมีอยู่ประมาณนี้แหละครับ… ทีนี้มาดูด้านหลังกันบ้างกับพื้นที่เก็บสัมภาระมีขนาด 505 ลิตร มีการติดตั้งแผงบังสัมภาระมาให้ สามารถยึดกับชุดฝาท้ายโดยจะยกขึ้นเมื่อเปิดออก และดึงเก็บได้หากไม่ต้องการใช้งาน ส่วนใต้พื้นที่เก็บสัมภาระเป็นที่เก็บยางอะไหล่ เป็นล้อกระทะขนาด 17 นิ้ว 17 x 5.5 T รัดด้วยยาง 185/80 R17 ส่วนตัวคิดว่าพื้นที่ด้านหลังเก็บของได้เยอะเลย ยิ่งถ้าพับเบาะนั่งด้านหลังลงไปด้วยแล้วใส่จักรยานได้ 2 คัน สบายๆ ตอบโจทย์คนรักการปั่นอย่างผมมากครับ (การพับเบาะก็คล้ายกับรถ SUV ทั่วไป คือ เป็นอัตราส่วน 40 : 20 : 20) และอีกฟังก์ชั่นที่ถูกใจผมก็เห็นจะเป็นฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มันช่างนุ่มนวลดีจัง


พูดถึงภายในและฟังก์ชั่นการใช้งานของเจ้าหมูแดงกันไปแล้ว จะไม่พูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกคงไม่ได้ เพราะสาเหตุที่ผมตัดสินใจซื้อรถคันนี้มันมาจากดีไซน์ภายนอกล้วนๆ ส่วนตัวทำงานด้านออกแบบอยู่บ้าง ฉะนั้นถ้าจะเลือกรถคู่ใจมันก็ต้องเท่ห์ๆ มีดีที่ดีไซน์นี่แหละ ขับไปไหนคนมอง “รถสวยจัง”


สำหรับ All-New Mazda CX-5 โดยมาสด้ายังคงใช้แนวคิดการออกแบบ “KODO Design” มันคือ “จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันงดงาม” ฟังดูอะไรมันจะขนาดนั้น 555++ จะว่าไปแล้ว KODO Design เป็นไปตามแนวคิดแบบญี่ปุ่น เรียบง่าย ไม่รุงรัง แต่แฝงรายละเอียดส่วนลึก ภาพรวมดูแล้วปึกแผ่นเป็นแก่นสาร ซึ่งผมเองก็คิดอย่างนั้น งานออกแบบภายนอกมันลงตัวมาก ยิ่งสีของเจ้าหมูแดงแล้วสวยจับใจจังเลย


เริ่มจากโคมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED มาพร้อมระบบไฟหน้าปรับการส่องอัตโนมัติ Adaptive LED และ Daytime Running Light ซึ่งมีขนาดของดวงไฟเล็ก และวางตำแหน่งไว้ต่ำ ทำให้รถดูใหญ่ขึ้น


กระจังหน้าสีดำเงาแบบรังผึ้งสร้างมิติในการมองเห็น และมีโลโก้ Mazda เคลือบพลาสติกใสเหมือนกระจกอันใหญ่ตรงกลาง ซึ่งภายในโลโก้ คือ ระบบ Radar Cruise Control แถบโครเมียมประดับกระจังหน้าขยายปีกขึ้นมารองรับไฟหน้ากับไฟตัดหมอกขนาดจิ๋วจนแต่ส่องสว่างอย่าบอกใคร


ขณะที่ด้านข้างออกแบบให้มีความลึกของเส้นสายมากขึ้น ตกแต่งซุ้มล้อสีดำ เสริมด้วยโครเมียมบริเวณขอบหน้าต่างประตู ติดตั้งล้ออัลลอยสีทูโทน 19 นิ้ว… มันเข้ากันๆ


มาดูทางด้านหลังของรถกันบ้าง ส่วนท้ายเน้นความสปอร์ตด้วยแนวประตูท้ายที่ลาดเท ทรวดทรงดูเรียบๆ กลมกลืน ไฟหรี่และไฟเบรกแบบ LED ติดตั้งเซ็นเซอร์กะระยะรอบคัน บั้นท้ายมันดูเซ็กซี่ดีจัง แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าอัตราส่วนของขนาดไฟท้ายกับบอดี้รถมันดูเล็กไปหน่อย ถ้าเทียบกับ CX-5 รุ่นก่อนมีขนาดไฟท้ายใหญ่กำลังพอดี แต่ทั้งนี้มันก็เป็นความเห็นแต่ละบุคคล ความสวยความงามแล้วแต่สายตาของใครเนอะ


สุดท้ายถ้าจะไม่พูดถึงขุมกำลังของเจ้าหมูแดงแรงฤทธิ์เห็นทีมันจะขาดอะไรไปเนอะ… All-New Mazda CX-5 2.0SP จะใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส “PE” 4 สูบ DOHC Direct Injection Dual S-VT ขนาด 2.0 ลิตร 1,998 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก เท่ากับ 83.5 x 91.2 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 14.0 : 1 กำลังสูงสุด 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาทีนาที รองรับน้ำมันสูงสุด E85  แต่อยากจะบอกว่าตั้งแต่ออกรถมา ผมเติมน้ำมันแค่ 2 ปั้มเท่านั้นเอง คือ SHELL ,ESSO และเลือกเติมน้ำมันเกรดพรีเมี่ยม “Shell V Power 95 ” , “Esso Supreme Plus 95” อันนี้ความเชื่อส่วนตัวล้วนๆ อยากใช้งานประสิทธิภาพเครื่องยนต์ให้เต็มที่ก็ต้องให้มันกินของดีๆ ด้วยจริงมั้ย… ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 speed อัตราเร่งถือว่าโอเคเลย ขับสนุกจับจังหวะรถให้เข้ากับจังหวะเราให้ได้ถึงไหนถึงกันครับ แต่ถ้าจะไปเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซลเห็นจะไม่เหมาะมันต่างกันพอสมควร ตัวดีเซลถือว่าสั่งได้เลยทีเดียวแรงมาก..ขอบอก  แต่ก็นั่นแหละครับ Lifestyle เป็นแบบไหนก็เลือกรถให้เหมาะกับตัวตนของเรา สำหรับผมแล้ว CX5 เจ้าหมูแดงคันนี้ถือว่า.. เยี่ยมยอดกดไลท์กระจาย


กว่าจะได้เจ้าหมูแดงมา.. ผมต้องขอบคุณพี่วิลลี่ผู้ใหญ่ใจดี กับทีมเชลล์คุณชายเล็ก และน้องแอมเซลล์ตัวเล็กน่ารัก ถึงตัวจะเล็กแต่จัดโปรชุดใหญ่แบบหาที่ไหนได้ยากจริงๆ บริการไม่ต้องพูดถึงดีเยี่ยมพยายามหาคำตอบให้กับผมในทุกคำถามเลย…ขอบคุณนะครับ  และจะไม่พูดถึงก็ไม่ได้สำหรับศูนย์เคลือบแก้ว Aunna Auto Detail ที่ดูแลลูกค้าอย่างผมดีมากๆ งานปราณีตบริการประทับใจทั้งเคลือบแก้วทั้งติดฟิล์มจบในที่นี่ที่เดียวเลย

ฝากไว้ทิ้งท้าย… ใช่ว่า CX5 มันจะ Perfect ไม่มีที่ติซึ่งก็เป็นไปไม่ได้ ผมว่าระบบช่วงล่างจะแข็งไปนิด อาจเป็นสไตล์รถแบบ SUV ก็เป็นได้ แต่ที่ได้ยินชัดๆ จะเป็นเสียงของโช้คหน้าเวลาที่ขึ้นลูกระนาดเสียงค่อนข้างจะดัง ซึ่งสาเหตุเท่าที่ทราบข้อมูลทางเทคนิคมา เข้าใจว่าเกิดจะตัวโช้คที่เหมือนจะไม่มียางรองเป้าโช้คมาให้ซึ่งจะทำให้เกิดเสียงดัง และลูกค้าต้องไปขอติดเพิ่มเติมจะศูนย์บริการ จะว่าไปแล้วมาสด้าก็น่าจะทราบปัญหาจุดนี้ดีแต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ยอมแก้ไขสักที หรือจะเป็นเรื่องน้ำดันที่เกิดกับเครื่องยนต์ดีเซล… มาสด้าเองก็ไม่ยอมออกมาการันตีหรือยืนยันให้ลูกค้ามั่นใจ

ข้อด้อยที่สำคัญของมาสด้า อีกเรื่อง คือ การบริการ service หลังการขาย จากประสบการณ์ของคนรู้จักที่ใช้มาสด้าเวลาเข้ารับบริการ เช่น การเอารถเข้าเช็คระยะ ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนเจ้าอื่น ต้องนัดคิวที่ยาวมากพอสมควร หรือ Process เรื่องเอกสารของมาสด้าก็นานแสนนาน เชื่อว่าหลายคนคงตั้งหน้าตั้งตารอ Mazda Care อยู่นาน  ซึ่งกว่าผมจะได้ก็เข้าเดือนที่ 3 แล้ว และได้มาก็ไม่ครบอีกแทนที่จะได้ 5 ปีตามข้อตกลงเอาไว้ตอนซื้อรถ กลับได้มา 3 ปี ส่วนอีก 2 ปีอยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งๆ ที่น้องแอม (เชลล์) ก็แจ้งว่าเสนอซื้อไปพร้อมกันรวม 5ปี…  ตรงนี้แหละที่มาสด้าควรมีขั้นตอนการทำงานที่ดีกว่านี้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าของมันจำเป็นต้องใช้แน่นอน แล้วทำไมถึงไม่ทำให้ลูกค้าพอใจตั้งแต่ตอนที่รับรถ…จริงมั้ย? ฝากไว้ให้ผู้บริหารในมาสด้าเก็บไปคิดเป็นการบ้านนะครับ ถ้าบริการหลังการขายดีขึ้น รวดเร็วฉับไว ชัดเจนแน่นอน… ผมว่า Mazda  จะมียอดขายที่ดีขึ้นแน่นอน

ขอบคุณแหล่งข้อมูลเชิงเทคนิคเกี่ยวกับตัวรถจากทั้ง 3 เว็บไซต์นี้นะครับ
http://www.headlightmag.com/first-impression-mazda-cx-5-2-0sp2-2xdl-2017/
https://www.grandprix.co.th/all-new-mazda-cx-5-รีวิวทดสอบ-รายงานผลก/
https://auto.sanook.com/60459/


เบื้องหลังความเงางามใสปิ๊งโดยทีมงานคุณภาพ Facebook: Aunna Auto Detail บริหารงานโดยคุณกบ เจ้าของศูนย์บริการเคลือบแก้วใจดี.. เอาใจใส่ลูกค้าแบบเป็นกันเองมากครับ







 

 

Advertisements

About S.Awiruth

WebMaster

Discussion

One thought on “หมูแดง All-New Mazda CX-5 2.0SP (2018)

  1. เยี่ยมมากครับ

    Posted by jakk | August 14, 2018, 9:00 PM

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

Twitter

My Photos

Enter your email address to follow this blog and receive notifications of new posts by email.

Advertisements
%d bloggers like this: